ชื่อผู้แจ้ง : ชื่อผู้แจ้งข่าว admin     สถานีฯ admin      เวลาที่แจ้งข่าว แจ้งวันที่ : 14 พฤศจิกายน 2562 เวลา 12:20:34      ถูกเปิดอ่านแล้ว 159 ครั้ง  159 / 0 ครั้ง
ประเภท : [ บทความ ]      กิจกรรม      กิจกรรมภาพข่าว      กิจกรรมภาพข่าว
ชื่อเรื่อง :

หุ้นกลุ่มทีวีดิจิทัลย่ำแย่ ประกาศงบ 3/62 กำไรลดลงเกือบยกแผง

http://99thai.com แฟนที่ 99thai.com


หุ้นกลุ่มทีวีดิจิทัลย่ำแย่ ประกาศงบ 3/62 กำไรลดลงเกือบยกแผง


หุ้นกลุ่มทีวีดิจิทัลย่ำแย่ หลังทยอยประกาศงบไตรมาส 3/62 พบกำไรลดลงเกือบยกแผง ยกเว้น BEC ที่ยังมีกำไรสุทธิเป็นบวก ด้าน NBC-MCOT-MONO ยังคงขาดทุนมากสุด ฟากโบรกฯ ชี้เศรษฐกิจชะลอตัวฉุดเม็ดเงินโฆษณาลดลง พร้อมดันการแข่งขันในอุตสากรรมสูงขึ้น


ที่มาจาก กรุงเทพธุรกิจ

ผลดำเนินงานหุ้น “กลุ่มทีวีดิจิทัล” เริ่มทยอยประกาศผลดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปี 2562 ภาพรวมพบว่า “ส่วนใหญ่” ผลดำเนินงานยังคง “ทรุดตัว” ต่อเนื่อง สาเหตุหลักจาก “การแข่งขัน” ในอุตสาหกรรมที่ยังคง “รุนแรง” ขณะที่ “ต้นทุน” การดำเนินงานเพิ่ม “สูงขึ้น” แม้บางบริษัทจะได้อานิสงส์จากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ

สำหรับทั้ง 6 บริษัท ที่รายงานผลประกอบการงวดไตรมาส 3 ปี 2562 ออกมาแล้ว ได้แก่ บมจ.บีอีซี เวิลด์(BEC) บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์(WORK) บมจ.โมโน เทคโนโลยี(MONO) บมจ.อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง(AMARIN) บมจ.เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น(NBC) และ บมจ.อสมท(MCOT)

ในจำนวนนี้พบว่า มีบริษัทที่ผลดำเนินงานชะลอตัวลงราว 5 บริษัท และมีบริษัทที่กำไรสุทธิเติบโตเพียง 1 บริษัท คือ BEC ซึ่งมีกำไรสุทธิจำนวน 93.58 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหุ้นในกลุ่มฯที่ผลดำเนินงานปรับตัวลดลง มีจำนวน 3 บริษัท ได้แก่ หุ้น NBC ซึ่งขาดทุนราว 11.91 ล้านบาท หรือขาดทุนเพิ่มขึ้น 237% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ถัดมา คือ MCOT ขาดทุน 155.57 ล้านบาท หรือขาดทุนเพิ่มขึ้น 200% และสุดท้าย MONO ขาดทุน 177.42 ล้านบาท หรือขาดทุนเพิ่มขึ้น 153%

ขณะที่บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ MONO แจ้งผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2562 มีรายได้สื่อโฆษณาทีวีลดลงกว่า 7.85% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีการแข่งขันที่รุนแรง ซึ่งเป็นผลจากช่องในอันดับ top 5 มีเรทติ้งเติบโตขึ้นมาก อีกทั้งยังมีการจัดโปรโมชั่นเพื่อดึงเงินโฆษณาในช่วงเวลาดังกล่าว และบริษัทมี EBITDA ลดลง 30.44% และขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 86.34% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2562 ซึ่งปัจจัยหลักเป็นผลจากรายได้การให้บริการสื่อโฆษณาลดลง

ส่วนรายได้จากการให้บริการผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลงกว่า 52.24% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่มีแนวโน้มทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 2ของปีเดียวกัน ในขณะที่รายได้บริการ Monomax มีทิศทางที่ดีขึ้นโดยเพิ่มขึ้น 30.65% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้วของปีเดียวกัน

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมกำไรของบริษัทในกลุ่มทีวีดิจิทัลที่ปรับตัวลดลงนั้น เชื่อว่าเป็นเพราะการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น หลังเม็ดเงินโฆษณามีการปรับตัวลดลง จึงทำให้ผู้ประกอบการมีการขายค่าโฆษณาตัดราคากันหรือให้ส่วนลดจำนวนมาก และส่งผลให้กระทบรายได้จากธุรกิจโฆษณาให้ปรับตัวลดลง

ส่วนแนวโน้มในช่วงไตรมาส 4/2562 คาดว่าผลประกอบการของกลุ่มน่าจะลดลงต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจและเม็ดเงินค่าโฆษณาที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับการเกิดขึ้นของสื่อรูปแบบใหม่ๆก็ส่งผลให้กลุ่มเอเจนซี่มีทางเลือกในการซื้อโฆษณาผ่านช่องทางอื่นๆมากขึ้น

“เรามองกลุ่มนี้เป็นช่วงขาลง ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นก็ปรับตัวลดลงตามกำไรที่อ่อนแอ ซึ่งการจะเข้าไปลงทุนหุ้นกลุ่มนี้ต้องรอให้ผลงานฟื้นตัวกลับมาก่อน แต่จากการดูแนวโน้มน่าจะฟื้นตัวได้ค่อนข้างยาก เพราะกลุ่มที่ซื้อโฆษณาหลักๆก็ยังได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าอยู่”

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมกลุ่มทีวีดิจิทัลที่ทยอยประกาศงบออกมาส่วนใหญ่แย่กว่าที่คาดไว้ เช่น WORK และ MONO เป็นต้น โดยเชื่อว่าเป็นเรื่องผลกระทบจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้การโฆษณาปรับตัวลดลงและขายของได้ยากลำบากมากขึ้น

ประกอบกับเดิมคิดว่ากลุ่มดังกล่าวจะได้ประโยชน์จากการลดค่าใช้จ่ายในส่วนของใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลตามนโยบายของภาครัฐ แต่ผลที่ออกมากับเห็นผลได้น้อยมาก

ทั้งนี้ปัจจุบันฝ่ายวิจัยยังคงให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มทีวีดิจิทัลเท่ากับตลาด แต่ประเมินว่ามีความเสี่ยงที่จะถูกปรับประมาณการณ์และเป้าหมายราคาหุ้นลง หลังจากการประกาศงบไตรมาส 3/2562 และการสอบถามข้อมูลกับผู้บริหารเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว




จัดทำโดย 99Thai เทคโนโลยี ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น