ชื่อผู้แจ้ง : ชื่อผู้แจ้งข่าว admin     สถานีฯ admin      เวลาที่แจ้งข่าว แจ้งวันที่ : 10 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08:01:10      ถูกเปิดอ่านแล้ว 303 ครั้ง  303 / 0 ครั้ง
ประเภท : [ บทความ ]      ยานพาหนะ      ยานพาหนะ      ยานพาหนะ
ชื่อเรื่อง :

ซ่อมรถยนต์สตาร์ทไม่ติด แบตไฟอ่อน แบตใช้ไม่นานไม่น่าเสื่อม

http://99thai.com แฟนที่ 99thai.com


ซ่อมรถยนต์สตาร์ทไม่ติด แบตไฟอ่อน แบตใช้ไม่นานไม่น่าเสื่อม


รถยนต์ลูกค้าจอดไว้ 2-3วัน สตาร์ทไม่ติด ต้องเข้าร้านแบตฯชาร์จไฟทุกสัปดาห์

อาการเสีย จอดรถ 2-3วัน สตาร์ทรถไม่ติด สาเหตุแบตไฟอ่อน ค่า CCA ต่ำ แบตอายุไม่ถึงปี (10เดือน) แบตไม่น่าเสื่อม เพราะอายุการใช้งานไม่ถึง 2ปี

การตรวจสอบเบื้องต้น
- วัดค่า CCA แบตเตอรี่ ได้ต่ำ
- วัดไฟแบตเตอรี่ ได้ต่ำ
- มีไฟจ่ายหน้าปัทม์ แต่สตาร์ทเครื่องยนต์ไม่ได้
- แบตเตอรี่ ไม่น่าเสื่อม เพราะอายุการใช้งานไม่เกิน 2ปี

ขั้นตอนแก้ไข
วัดคุณภาพแบต CCA ได้ต่ำ (70CCA) วัดไฟแบตฯได้ต่ำ 12.0V. ลองใช้จั้มสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ ให้เดินเครื่องยนต์ ทิ้งไว้นาน 5-10 นาที เพื่อให้ไดชาร์จทำการชาร์จแบต ตรวจสอบไดชาร์จ มีไฟชาร์จแบตฯปกติ(14.34V.) เมื่อเครื่องยนต์ทำงาน 5-10นาที แบตฯมีไฟเข้า ชาร์จไฟแบตฯได้ 12.77V. ทำให้ได้ค่า CCA = 305 ปกติ สามารถสตาร์ทรถยนต์ได้ปกติ

สาเหตุที่แบตมีไฟอ่อน หรือไฟไม่เข้าแบตฯ ทำให้สตาร์ทเครื่องยนต์ไม่ได้ เพราะขั้วแบตไม่แน่น หรือไม่สะอาด มีคราบสกปรก กีดขวางทางเดินไฟฟ้าของแบตเตอรี่ 





ขั้นตอนการตรวจสอบ


1. ตรวจสอบวัดไฟแบต และ วัดคุณภาพ CCA ของแบตเตอรี่ ขณะดับเครื่องยนต์

เพื่อตรวจสอบสาเหตุแบตฯสตาร์ทรถไม่ได้


ผลที่ได้
- วัดไฟแบตได้ต่ำ 12.0 โวลท์ 
   ค่าปกติควรอยู่ที่ 12.4 - 13.0V.

- วัดค่า CCA ได้ต่ำ 70 CCA 
   ค่า CCA ที่สตาร์ทรถได้ ต้องมากกว่า 200CCA

- สังเกตุอายุแบตเตอรี่(ลูกค้าซื้อร้านอื่น) มีสติกเกอร์บอกอายุการใช้งาน(เมษายน2562) อายุ 10 เดือน(อายุการใช้งานแบตฯไม่ถึงปี) ซึ่งแบตเตอรี่อายุไม่ถึง 2ปี แบตฯไม่น่าเสื่อม ร้านเราไม่ยัดเยียดขายแบตฯเปลี่ยนให้มั่วๆ เราวิเคราะห์สาเหตุให้ได้ก่อน

ถ้าแบตฯ อายุการใช้งานเกิน 2ปี เราแนะนำให้เปลี่ยน(แบตเสื่อมจริง) แต่ถ้าอายุแบตฯไม่ถึงปี เราตรวจสอบคุณภาพแบตฯให้รู้สาเหตุได้






2. วิธีตรวจสอบไฟรั่วในรถยนต์ โดยใช้แคมป์มิเตอร์ วัดกระแสตรง DC คล้องที่สายไฟแบตเตอรี่ขั้วบวก ทดลองหมุนกุญแจรถ เปิดสวิตซ์และปิดสวิตซ์ วัดกระแสไฟเปรียบเทียบกัน

เพื่อตรวจสอบว่าไฟแบตฯรั่วหรือไม่


ผลที่ได้
- เปิดสวิตซ์ วัดกระแสได้ 1.3A.
- ปิดสวิตซ์ วัดกระแสได้ 0.03A.
- รถยนต์มีไฟเลี้ยงระบบรีโมท ตอนปิดสวิตซ์
- เมื่อปิดสวิตซ์ วัดกระแสได้ต่ำ ไม่เกิน 0.1A. 
  ถือว่าไฟแบตเตอรี่ไม่รั่ว ระบบไฟไม่มีรั่ว 





3. ใช้เครื่องจั๊มสตาร์ทรถยนต์ สามารถสตาร์ทรถได้ แสดงว่าเครื่องยนต์สตาร์ทได้ปกติ รถยนต์ไม่มีปัญหา จึงต้องไปหาสาเหตุที่แบตเตอรี่ต่อไป

ปล่อยให้เครื่องยนต์ทำงาน 5 - 10 นาที เพื่อให้ไดชาร์จทำการชาร์จไฟแบตเตอรี่ และใช้เครื่องมือตรวจสอบดูระบบไดชาร์จ






ใช้เครื่องมือตรวจวัดระบบไดชาร์จ


4.ใช้เครื่องมือตรวจสอบไดชาร์จ โดยใช้ปากคีบของเครื่องมือคีบที่ขั้วแบตเตอรี่ ระหว่างขั้วบวกและขั้วลบ และตั้งค่า Charging Test วัดผลการทำงาน CHARGING NORMAL ปกติ วัดแรงดันไฟชาร์จแบตฯ ได้ 14.34 โวลท์ (มากกว่า 12.0 โวลท์) แสดงว่าระบบไดชาร์จทำงานปกติ ผมลืมใช้แคมป์มิเตอร์วัดกระแสชาร์จและถ่ายรูปมาให้ดูชัดๆ(เราจะวัดกระแสชาร์จได้ 3-5 แอมป์) เสียดายมาก






วัดค่า CCA หลังชาร์จไฟด้วยไดชาร์จ


5. สตาร์ทเครื่องยนต์ทำการชาร์จไฟแบตฯ ประมาณ 5นาที ก็ดับเครื่องยนต์เพื่อตรวจสอบแบตเตอรี่ วัดแรงดันไฟแบตฯได้ 12.77 โวลท์ จะเห็นว่าไฟแบตฯมีค่าสูงขึ้นกว่าเดิม(วัดครั้งแรกได้แค่ 12.0โวลท์) และวัดคุณภาพ CCA ได้ 305 CCA มีค่าสูงขึ้น(จากเดิม70CCA) แสดงว่าระบบไดชาร์จทำการชาร์จไฟได้จริง และแบตเตอรี่สามารถเก็บไฟได้จริง มีค่า CCA สูง ก็หมายความว่า แบตเตอรี่มีคุณภาพดีอยู่ ก็แสดงว่าแบตฯยังไม่เสื่อม

ลองสตาร์ทรถ ด้วยแบตฯได้ตามปกติ


6. ลองสตาร์ทรถยนต์ โดยใช้แบตเตอรี่ที่ต่อตามปกติ สามารถสตาร์ทรถยนต์ได้ทันที แสดงว่าแบตเตอรี่ มีค่า CCA=305 สามารถสตาร์ทรถได้แล้ว





CCA ย่อมาจาก Cold Cranking Amp
ซึ่งหมายถึงความสามารถในการจ่ายกระแสเพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ในสภาวะอากาศหนาว หรือความสามารถในการทนทานที่ถูกกระชากไฟในการสตาร์ทต่อครั้ง ซึ่งค่า CCA ยิ่งสูง ยิ่งดี 

CCA หมายถึงอะไร?

สิ่งหนึ่งที่ต้องพิจารณาในการวัดค่า CCA ก็คือ
ค่าที่วัดได้นี้จะลดน้อยถอยลงตามสภาพแบตเตอรี่ และสถานะของแบตเตอรี่ เช่น แบตเตอรี่ที่ไฟอ่อนหรือไฟหมด ค่า CCA ที่วัดได้จะน้อยลงแต่เมื่อชาร์จไฟเต็มแล้วค่าที่วัดได้จะมากขึ้น ดังนั้นค่า CCA อย่างเดียวจึงไม่อาจระบุได้ว่าแบตเตอรี่เสียหรือไม่

การตรวจเช็คแบตเตอรี่รถยนต์ ให้เช็คค่า CCA ของแบตเตอรี่ ด้วยเครื่องทดสอบแบตเตอรี่ MIDTRONICS MDX-P300

จากตาราง CCA ต่ำสุดที่ใช้สตาร์ทรถยนต์ เครื่องยนต์ 1,500 cc จะต้องใช้ CCA ไม่น้อยกว่า 195 สำหรับสตาร์ทเครื่องยนต์ แต่แบตเตอรี่ที่เราวัดได้ เท่ากับ 305 CCA ก็สามารถสตาร์ทรถยนต์ได้จริง





วิธีการแก้ไข

7. ตรวจสอบขั้วแบต ถอดขั้วแบตฯทำความสะอาด ขัดคราบสกปรกที่ขั้วแบตฯ ขัดคราบตะกรัน หมุนน๊อตให้แน่นๆ ให้ขั้วแน่นที่สุด ขั้วแบตฯห้ามขยับได้

6. ตรวจสอบน้ำกลั่น แบตเตอรี่เป็นแบบ MF ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น น้ำกลั่นระเหยได้น้อย แต่เพื่อความแน่ใจเราลองแกะสติกเกอร์ เปิดฝาดูระดับน้ำกลั่น ทั้ง 6 ช่อง ก็มีระดับน้ำกลั่นอยู่เต็มตามปกติ





สรุปสาเหตุที่แบตเตอรี่มีไฟอ่อน หรือไฟไม่เข้าแบตฯ หรือขั้วแบตฯหลวม หรือขั้วแบตฯสกปรก ทำให้แบตฯไม่สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ เพราะขั้วแบตไม่แน่น หรือไม่สะอาด ขั้วแบตฯมีคราบสกปรก มีคราบตะกรันเกาะติด กีดขวางทางเดินไฟฟ้าของแบตเตอรี่ หรือไฟจากไดชาร์จไม่เข้าแบตฯ แบตฯก็จะมีไฟอ่อนลงเรื่อยๆ จึงไม่สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้

พอนำแบตเตอรี่ไปชาร์จที่ร้าน ก็จะนำแบตฯกลับมาสตาร์ทรถยนต์ได้ แต่หากขั้วแบตฯสกปรก ใส่ขั้วไม่แน่น ก็จะชาร์จไฟไม่เข้าอีก แบตฯก็ไฟอ่อน สตาร์ทรถไม่ได้อีกเช่นเดิม ไม่ใช่ว่าแบตฯมีปัญหา








จัดทำโดย 99Thai เทคโนโลยี ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น